วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2554
เคล็ดลับหยุดอายุผิวหน้า ให้เหมือน 20 ไปตลอดกาล
คุณสาว ๆ ที่ผิวสวยสดใส เต่งตึง อาจไม่เคยคิดกังวลเรื่องสุขภาพผิวเลย นอกจากเรื่องแดด ซึ่งบ้านเรานับว่า แดดร้อนจัดและมีรังสียูวี ซึ่งเป็นสาเหตุก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนัง เราจึงเน้นกันแต่ครีมกันแดด โดยไม่ได้สนใจบำรุงผิว หรือป้องกันผิวเสียที่เกิดจากปัจจัยอื่น ๆ

พอล่วงเลยเข้าสู่วัย 30 ก็เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของสภาพผิวที่เสื่อมโทรม มีทั้งริ้วรอย ความเหี่ยวย่น จึงเพิ่งจะหันมาบำรุงผิวกันยกใหญ่ จริง ๆ แล้วสาเหตุของผิวเสียไม่ได้เกิดจากแสงแดดแต่เพียงอย่างเดียว
หากคุณนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ รับประทานอาหารอาหารไม่ได้สัดส่วนตามหลักโภชนาการ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ รวมไปถึงความเครียด บวกกับอายุที่เพิ่มขึ้น ก็เป็นสาเหตุให้เซลล์ผิวค่อย ๆ เสื่อมและตายไปเวลาอันควร หากคุณสาว ๆ อยากมีผิวที่สวยสดใส อ่อนวัยยาวนาน ต้องดูแลสุขภาพ ความงาม ทั้งจากภายในและภายนอกกันเลยทีเดียว วิธีการก็ไม่อยากเกินความตั้งใจจริงของเราค่ะ

ดูแลจากภายนอกสู่ภายใน
- รีเซตยีน : ใช้ครีมบำรุง ที่เข้าไปปรับสมดุลการทำงานของยีนให้ทำงานสมดุลเหมือนวัยสาว
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ : ช่วยให้ระบบหมุนเวียนของเลือดดีขึ้น การนำพาออกซิเจนและอาหารผิวเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ ดีขึ้น รวมทั้งนำพาของเสียออกจากเซลล์ได้ดีขึ้นด้วย
นอนหลับให้เพียงพอ : เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงที่เรานอนหลับ
ดูแลจากภายในสู่ภายนอก
- รับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูอิสระ : เน้นบริโภคผัก ผลไม้หลากสี เขียว เหลือง ม่วงแดง ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง
- ดื่มน้ำสะอาด : น้ำ มีหน้าที่หล่อเลี้ยง และเสริมความแข็งแรงให้เซลล์ทำงานเป็นปกติ ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ผ่องใส
สาว ๆ ควรดูแลเอาใจใส่ผิวตั้งแต่เนิ่น ๆ ยิ่งเริ่มต้นเร็วยิ่งดี จะได้ล็อกอายุผิวสาวของคุณไว้ให้อ่อนเยาว์ยาวนาน ป้องกันไว้ก่อน ดีกว่าต้องมาหาครีมลดเลือนริ้วรอย หรือครีมฟื้นฟูสภาพผิวใช้ในตอนที่ผิวเสื่อมสภาพไปแล้วจริงไหมล่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก brightlives.th.88db.com
ขอบคุณภาพประกอบจาก Photos.com
และ women.sanook.com
พอล่วงเลยเข้าสู่วัย 30 ก็เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของสภาพผิวที่เสื่อมโทรม มีทั้งริ้วรอย ความเหี่ยวย่น จึงเพิ่งจะหันมาบำรุงผิวกันยกใหญ่ จริง ๆ แล้วสาเหตุของผิวเสียไม่ได้เกิดจากแสงแดดแต่เพียงอย่างเดียว
หากคุณนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ รับประทานอาหารอาหารไม่ได้สัดส่วนตามหลักโภชนาการ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ รวมไปถึงความเครียด บวกกับอายุที่เพิ่มขึ้น ก็เป็นสาเหตุให้เซลล์ผิวค่อย ๆ เสื่อมและตายไปเวลาอันควร หากคุณสาว ๆ อยากมีผิวที่สวยสดใส อ่อนวัยยาวนาน ต้องดูแลสุขภาพ ความงาม ทั้งจากภายในและภายนอกกันเลยทีเดียว วิธีการก็ไม่อยากเกินความตั้งใจจริงของเราค่ะ
ดูแลจากภายนอกสู่ภายใน
- รีเซตยีน : ใช้ครีมบำรุง ที่เข้าไปปรับสมดุลการทำงานของยีนให้ทำงานสมดุลเหมือนวัยสาว
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ : ช่วยให้ระบบหมุนเวียนของเลือดดีขึ้น การนำพาออกซิเจนและอาหารผิวเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ ดีขึ้น รวมทั้งนำพาของเสียออกจากเซลล์ได้ดีขึ้นด้วย
นอนหลับให้เพียงพอ : เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงที่เรานอนหลับ
ดูแลจากภายในสู่ภายนอก
- รับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูอิสระ : เน้นบริโภคผัก ผลไม้หลากสี เขียว เหลือง ม่วงแดง ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง
- ดื่มน้ำสะอาด : น้ำ มีหน้าที่หล่อเลี้ยง และเสริมความแข็งแรงให้เซลล์ทำงานเป็นปกติ ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ผ่องใส
สาว ๆ ควรดูแลเอาใจใส่ผิวตั้งแต่เนิ่น ๆ ยิ่งเริ่มต้นเร็วยิ่งดี จะได้ล็อกอายุผิวสาวของคุณไว้ให้อ่อนเยาว์ยาวนาน ป้องกันไว้ก่อน ดีกว่าต้องมาหาครีมลดเลือนริ้วรอย หรือครีมฟื้นฟูสภาพผิวใช้ในตอนที่ผิวเสื่อมสภาพไปแล้วจริงไหมล่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก brightlives.th.88db.com
ขอบคุณภาพประกอบจาก Photos.com
และ women.sanook.com
เติมสวยให้สดใส ยามตื่นนอนสาย
นี่คือกลเม็ดดีๆ ที่จะช่วยลดเวลาในการแต่งความความงามในเช้าที่คุณต้องเร่งรีบเพราะตื่นสาย
ปลุกผิวหน้า : กระตุ้นผิวหน้าที่ดูอ่อนล้าของคุณด้วยการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจัด เพื่อให้ผิวหน้าดูมีสีสันขึ้นมา จากนั้นก็ทามอยสเจอร์ไรเซอร์ เพื่อเติมความชุ่มชื้นลงไป
งดรองพื้น : ในยามนี้คุณคงไม่มีเวลามานั่งลงรองพื้นทั่วทั้งใบหน้าหรอก ฉะนั้นก็ทาคอนซีลเลอร์ในบริเวณที่จำเป็นก็พอ อย่างเช่นรอยสิว รอยคล้ำใต้ตา หรือรอยแดงๆ จากการอดนอนหรือดื่มมาเมื่อคืน
เติมสีสัน : การอด นอนมักจะทำให้หน้าตาของคุณดูซีดเซียว ฉะนั้นก็เติมความสดใสด้วยบลัชชนิดครีมสีชมพูอมพีช การใช้บลัชชนิดครีมจะทำให้แก้มดูเปล่งปลั่งเป็นธรรมชาติได้ดีกว่าบลัชชนิด ฝุ่น
ผมสวยแบบง่ายๆ : ถ้าคุณไม่มีเวลาสระผม ไดร์ผม และจัดแต่งทรงผมล่ะก็ รวบผมขึ้นไปเกล้าเป็นหางม้าแบบง่ายๆ แล้วตลบหางม้าขึ้นไปมัดไว้อีกที โดยปล่อยให้เส้นผมครึ่งหนึ่งหลุดลุ่ยลงมาแบบสาวเซอร์
ขอขอบคุณ : Lisa ผู้สนับสนุนเนื้อหา
และ women.sanook.com
สุดยอดเคล็ดลับไดเอ็ตแบบสุขภาพดีรับร้อน
1. จำไว้ว่ายิ่งคุณจัดหนักกับมื้อเช้ามากเท่าไหร่ อัตราการเผาผลาญและการลดไขมันก็ยิ่งมีประสิทธิภาพ อาจเป็นไข่กับขนมปังโฮลวีต โยเกิร์ตกับมูสลี่และผลไม้ หรือนมพร่องมันเนยกับผลไม้พวกเบอร์รี่และโปรตีนเชค
2. ลองดื่มชาเขียวหลังกินอาหารทุกมื้อ เพื่อช่วยสร้างการเผาผลาญไขมันและรับมือกับความอยากของหวาน
3. ใช้เวลาอย่างน้อยสัปดาห์ละครึ่งชั่วโมง ถ้าจะให้ดีคือตอนดื่มกาแฟยามเช้าวันจันทร์ วางแผนในการควบคุมอาหารในแต่ละมื้อรวมทั้งของว่างไว้ล่วงหน้า จำไว้ว่าการวางแผนจะทำให้คุณลดน้ำหนักได้ถึงเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพยิ่ง ขึ้น เมื่อคุณมีเมนูที่ต้องการไว้พร้อมในแต่ละสัปดาห์
4. เราทุกคนควรได้รับประทานผักหรือสลัดอย่างน้อยวันละ 3 ถ้วยตวง ในมื้อกลางวันควรมีสลัดอยู่ครึ่งหนึ่ง รวมทั้งช่วงของว่างและก่อนอาหารเย็น เตรียมผักสลัดใส่ถ้วยแช่ตู้เย็นไว้เพื่อความสดใหม่ ให้คุณได้กินพร้อมกันทั้งครอบครัว
5. สำหรับของว่าง พยายามจำกัดปริมาณ คาร์โบไฮเดรตทั้งหมดไม่ควรเกิน 30 กรัม และควรมีโปรตีนอย่างน้อย 5 กรัม เพื่อให้ได้แป้งน้อยลง ซึ่งโปรตีนจะยังช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มได้โดยไม่ต้องได้แคลอรีเกินกว่าที่ กำหนดไว้
6. ตั้งเป้าไว้ว่าจะหาของกินทุก 3-4 ชั่วโมงในระหว่างวันเพื่อกระตุ้นเมตาบอลิซึ่ม
7. โปรตีนเชคเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับชดเชยพลังงานหลังออกกำลังกาย หรือชาร์จพลังในมื้อเช้า รวมทั้งของว่างเหมาะกับคนที่มีไลฟ์สไตล์รีบเร่งในแต่ละวัน
8. กินผักสดๆ เป็นของว่าง จะทำให้คุณได้รับวิตามินและแร่ธาตุ นอกจากนี้ ยังช่วยคุณจากความหิวปั่นป่วนในช่วงบ่ายได้
9. ย้ำอีกครั้งว่าการวางแผนนำไปสู่ความสำเร็จในการไดเอ็ต พกพาของว่างโปรตีนสูงติดตัวไปกับคุณด้วย เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องสรรหาของกินแคลอรีสูงมาระงับความหิว
10. หากคุณได้รับสารอาหารจากผักและโปรตีนมากเพียงพอในมื้อกลางวัน คุณก็มีแนวโน้มที่จะเกิดอาการหิวขนมหวานๆ ในตอนบ่ายน้อยลง
ขอขอบคุณ : Lisa ผู้สนับสนุนเนื้อหา
และ women.sanook.com
เลือกเครื่องสำอาง ให้ปลอดภัยจากสารอันตราย
สาวๆ หลายคนที่ชอบแต่งหน้าต้องใส่ใจและให้ความสำคัญเรื่องเครื่องสำอาจที่คุณนำมา แต่งแต้มลงบนหน้าของคุณเป็นอย่างมากนะคะ เพราะถ้าหากเครื่องสำอางที่คุณนำแต่งแต้มลงไปนั้นมีส่วนผสมที่ไม่ได้มาตรา ฐานหรือไม่ผ่าน หรือหมดอายุ มันย่อมจะเกิดผลที่ไม่ดีตามมาต่อใบหน้างามๆ ของคุณได้ค่ะ ดังนั้นเราควรมาดูกันดีกว่าว่า เครื่องสำอางแบบไหนที่คู่ควรกับใบหน้าของคุณ

1. ควรซื้อจากร้านที่มีสถานที่จำหน่ายเป็นหลักแหล่งแน่นอน เพราะหากมีปัญหาจะได้ติดต่อกลับได้
2. ต้องมีฉลากภาษาไทยที่ระบุ ชื่อ ประเภทของเครื่องสำอาง ส่วนประกอบ ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า วันเดือนปีที่ผลิต และวิธีใช้
3. หากใช้เครื่องสำอางชนิดใดเป็นครั้งแรกก็ควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้ ด้วยการทาบางๆ ที่บริเวณท้องแขนหรือบริเวณติ่งหู แล้วทิ้งไว้ 24 - 48 ชั่วโมง หากไม่มีความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น ก็แสดงว่าใช้เครื่องสำอางนั้นได้
4. ปฏิบัติตามวิธีใช้ที่ระบุไว้ และใช้ด้วยความระมัดระวังตามคำเตือนที่ระบุไว้ที่ฉลากอย่างเคร่งครัด
5. หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ครั้งแรก หรือใช้มาระยะหนึ่งแล้วก็ตาม ต้องหยุดใช้ทันที และถ้าหยุดใช้แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ก็ควรปรึกษาแพทย์ฺหรือเภสัชกรเพื่อค้นหาสาเหตุ และทำการรักษาให้ถูกต้องเหมาะสมต่อไป
6. เมื่อใช้เครื่องสำอางเสร็จแล้วควรปิดภาชนะบรรจุให้สนิท เพื่อป้องกันการปนเปื้อน
7. เก็บเครื่องสำอางไว้ในที่แห้งและเย็น ไม่ถูกความร้อนหรือแสงแดด เพราะความร้อนหรือแสงแดดจะทำให้เครื่องสำอางเสื่อมคุณภาพเร็วกว่าที่ควร
8. ห้ามเติมสารใดๆ ลงในเครื่องสำอาง ยกเว้นกรณีที่ระบุไว้ที่ฉลาก เพราะจะทำให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์เปลี่ยนแปลงไป เกิดการปนเปื่อนจากสารอื่นๆ รวมทั้งเชื้อโรคด้วย
9. อย่าใช้เครื่องสำอางร่วมกับผู้อื่น เพราะอางทำให้ติดเชื้อโรคได้
10. หากเครื่องสำอางมีลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าสี กลิ่น หรือความข้น อย่าไปเสียดาย ให้ทิ้งไปเลย เพราะแสดงว่าเครื่องสำอางนั้นเสื่อมคุณภาพแล้วนั้นเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
ขอบคุณภาพประกอบจาก Photos.com
และ women.sanook.com
1. ควรซื้อจากร้านที่มีสถานที่จำหน่ายเป็นหลักแหล่งแน่นอน เพราะหากมีปัญหาจะได้ติดต่อกลับได้
2. ต้องมีฉลากภาษาไทยที่ระบุ ชื่อ ประเภทของเครื่องสำอาง ส่วนประกอบ ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า วันเดือนปีที่ผลิต และวิธีใช้
3. หากใช้เครื่องสำอางชนิดใดเป็นครั้งแรกก็ควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้ ด้วยการทาบางๆ ที่บริเวณท้องแขนหรือบริเวณติ่งหู แล้วทิ้งไว้ 24 - 48 ชั่วโมง หากไม่มีความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น ก็แสดงว่าใช้เครื่องสำอางนั้นได้
4. ปฏิบัติตามวิธีใช้ที่ระบุไว้ และใช้ด้วยความระมัดระวังตามคำเตือนที่ระบุไว้ที่ฉลากอย่างเคร่งครัด
5. หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ครั้งแรก หรือใช้มาระยะหนึ่งแล้วก็ตาม ต้องหยุดใช้ทันที และถ้าหยุดใช้แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ก็ควรปรึกษาแพทย์ฺหรือเภสัชกรเพื่อค้นหาสาเหตุ และทำการรักษาให้ถูกต้องเหมาะสมต่อไป
6. เมื่อใช้เครื่องสำอางเสร็จแล้วควรปิดภาชนะบรรจุให้สนิท เพื่อป้องกันการปนเปื้อน
7. เก็บเครื่องสำอางไว้ในที่แห้งและเย็น ไม่ถูกความร้อนหรือแสงแดด เพราะความร้อนหรือแสงแดดจะทำให้เครื่องสำอางเสื่อมคุณภาพเร็วกว่าที่ควร
8. ห้ามเติมสารใดๆ ลงในเครื่องสำอาง ยกเว้นกรณีที่ระบุไว้ที่ฉลาก เพราะจะทำให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์เปลี่ยนแปลงไป เกิดการปนเปื่อนจากสารอื่นๆ รวมทั้งเชื้อโรคด้วย
9. อย่าใช้เครื่องสำอางร่วมกับผู้อื่น เพราะอางทำให้ติดเชื้อโรคได้
10. หากเครื่องสำอางมีลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าสี กลิ่น หรือความข้น อย่าไปเสียดาย ให้ทิ้งไปเลย เพราะแสดงว่าเครื่องสำอางนั้นเสื่อมคุณภาพแล้วนั้นเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
ขอบคุณภาพประกอบจาก Photos.com
และ women.sanook.com
ทำอย่างไรที่ทำให้ผมที่ไม่ได้สระ ดูไม่มัน
Q : ผมของฉันเป็นมันเยิ้มง่าย และเบื่อที่จะต้องสระผมทุกวัน แต่ก็ไม่อยากให้เส้นผมดูมันแผลบด้วย ทำยังไงดีคะ?
A : นี่คือเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณไม่ต้องสระผมทุกวัน แถมยังเหมาะสำหรับวันตื่นสาย ที่ไม่มีเวลาจะสระผมและไดร์ผมด้วย- สระผมเฉพาะบริเวณด้านหน้า โดยรวบผมส่วนที่เหลือไปมัดเป็นหางม้าด้านหลัง จากนั้นก็สวมหมวกคลุมอาบน้ำเอาไว้ โดยปล่อยให้เส้นผมส่วนหน้าหลุดออกมา เส้นผมที่ดูสะอาดสะอ้านทางด้านหน้าจะช่วยทำให้เส้นผมส่วนที่เหลือดูเป็นมัน น้อยลงได้
- ฉีดสเปรย์แต่งผมลงบนเส้นผมส่วนที่เหลือเล็กน้อย รอให้แห้งซักพักแล้วใช้แปรงๆ ผมให้ทั่ว ส่วนผสมที่เป็นแอลกอฮอล์จะช่วยดูดซับความมันและสิ่งสกปรกเอาไว้ เวลาที่คุณแปรงผมความมันพวกนั้นก็จะหลุดออกไป
- โรยแป้งเด็กลงบนเส้นผมให้ทั่ว วิธีนี้จะช่วยดูดซับความมันบนหนังศีรษะและเส้นผมได้เป็นอย่างดี แต่อาจจะทำให้เส้นผมดูขาวโพลนได้ ฉะนั้น คุณจึงควรใช้แปรงๆ ผมให้สะอาดอีกรอบ
- ขั้นตอนสุดท้ายก็คือรวบผมไปมัดเป็นหางม้าแน่นๆ หรือจะใช้ผ้าโพกศีรษะให้ดูเก๋ไก๋ก็ได้
ขอขอบคุณ : Lisa ผู้สนับสนุนเนื้อหา
และ women.sanook.com
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)